top of page
  • prai wong

ผู้นำชุนชนนางเลิ้ง: พี่แดง สุวัน แววพลอยงาม ส่วนหนึ่งจาก Zine หรือหนังสือทำมือ ที่ระลึกถึงนางเลิ้ง

บทความเล่าเรื่องการทำงานและความท้าทายที่พี่แดง สุวัน แววพลอยงาม ผู้นำชุมชนนางเลิ้ง ได้เล่าให้พวกเราฟังว่าผู้นำชุมชนของนางเลิ้งต้องทำอะไรบ้าง


ส่วนหนึ่งจาก Zine หรือหนังสือทำมือ ที่ระลึกถึงนางเลิ้ง: 01 (Of Human and Places in Nang Loeng: Issue 01, English below.)


ติดตามอ่านเนื้อหาในเล่มได้ที่ link >> https://issuu.com/usl.bangkok/docs/usl_zine_for_issuu


ผู้นำชุนชนนางเลิ้ง: พี่แดง สุวัน แววพลอยงาม (English below)


สุวัน แววพลอยงาม หรือ พี่แดงที่เราเรียกกัน เป็นผู้นำชุมชนโดยธรรมชาติมากว่า 30 ปี รวมถึงได้รับการแต่งตั้งจากเขตในภายหลังให้เป็นหัวหน้าชุมชนวัดสุนทรธรรมทาน เขตป้อมปราบศัตรูพ่ายด้วยเช่นกัน พี่แดงทำงานด้วยจิตอาสาและผ่านประสบการณ์การร่วมงานกับองค์กรต่าง ๆ ที่เข้ามาทำงานในพื้นที่นางเลิ้งมานาน พี่แดงเป็นผู้นำตามธรรมชาติซึ่งเกิดจากความเสียสละ ความชอบ การลงมือทำด้วยตัวเอง แต่การเป็นผู้นำจากการแต่งตั้งจากบนลงล่างผู้แต่งตั้งไม่ได้เข้าใจธรรมชาติของชุมชน หรือตัวตนของผู้นำจากธรรมชาติที่ผ่านการลงมือทำมาแล้ว ผู้นำจากการแต่งตั้งจึงไม่ได้ทำงานในลักษณะเดียวกันกับผู้นำโดยธรรมชาติ ซึ่งภาวะความเป็นผู้นำของพี่แดงก็มีรากฐานที่แข็งแรงจนส่งผลหลากหลายต่อชุมชนทั้งทางบวกและทางลบ และพื้นที่นางเลิ้งได้ผ่านความท้าทายมากมายจากบทบาทของผู้นำชุมชนดังกล่าวมานักต่อนักแล้ว


เมื่อถามถึงผู้นำชุมชนในอนาคตที่จะเข้ามาทำต่อจากพี่แดง พี่แดงเล่าว่าจุดมุ่งหมายและลำดับความสำคัญในชีวิตของคนเจนวาย (Gen Y) ซึ่งเป็นวัยทำงานในปัจจุบันและคนรุ่นพี่แดงที่เป็นคนยุคเบบี้บูมเมอร์ (Baby Boomer) นั้นต่างกัน พี่แดงทำงานโดยจิตอาสาและให้ความสำคัญกับชุมชนเป็นหลัก มีความชอบส่วนตัวในการทำงานชุมชน มีความเชื่อเรื่องบุญกรรมว่าเป็นการสร้างฐานบารมีและชีวิต แต่พี่แดงยังมองไม่เห็นว่าในรุ่นลูกหลานของพี่แดงจะสามารถทุ่มเทกับงานอาสาจนเป็นงานหลักในชีวิตแบบเดียวกันกับพี่แดง ส่วนหนึ่งเกิดจากสภาพสังคมที่แตกต่างกันตามยุคสมัยอีกด้วย คนรุ่นใหม่ต้องการค่าตอบแทน ต้องการความชัดเจน ซึ่งเป็นความคิดเห็นจากลูกของพี่แดงเองว่าพี่แดงควรทำเพื่อตัวเองก่อนทำเพื่อคนอื่น สอดคล้องกับคำสอนทางพุทธศาสนาเช่นเดียวกัน


“การทำงานร่วมกับชุมชนจากองค์กรหรืองานวิจัยจากมหาวิทยาลัยที่มองตัวเองเป็นศูนย์กลางแต่ตัวชุมชนเป็นแค่ส่วนประกอบ ไม่ได้เป็นศูนย์กลางของงานพัฒนาไม่ได้สร้างผลประโยชน์อะไรให้กับชุมชนเลย” พี่แดงบอกว่านี่คือปัญหาหลักในการพัฒนาชุมชนที่พบเห็นโดยทั่วไป


ความหวังของพี่แดงคืออยากให้คนในชุมชนได้มาร่วมกิจกรรมของชุมชนที่จัดร่วมกันต่าง ๆ อย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งจากฝั่งองค์กรและชุมชน เพราะในอดีตองค์กรที่เข้ามาร่วมพัฒนาชุมชนกับพี่แดงไม่ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญกับชุมชน พี่แดงคาดหวังว่าวันหนึ่งในอนาคตผู้คนในชุมชนและองค์กรที่มาร่วมงานกัน จะทำงานอย่างชัดเจน สามารถบอกวัตถุประสงค์ ความต้องการ และให้ผลประโยชน์กับผู้คนในชุมชนโดยแท้จริง สิ่งเหล่านี้คือความเปลี่ยนแปลงที่พี่แดงอยากเห็นในงานพัฒนาชุมชนในอนาคต ซึ่ง ณ ปัจจุบันนี้การที่ผู้คนในชุมชนเข้ามาร่วมกิจกรรมกับศูนย์ฟอร์ดฯ (Ford Resource and Engagement Center) แห่งนี้เนื่องจากย่านนางเลิ้งขาดพื้นที่สาธารณะก็เป็นการเริ่มต้นแล้ว วันหนึ่งข้างหน้าผู้คนในชุมชนจะเข้ามาใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และมาเพราะเข้าใจถึงผลประโยชน์จากการใช้งานพื้นที่แห่งนี้ที่ตนเองจะได้รับกลับไปอย่างแท้จริง

------------------------------------------------------------------------------------------------------


Suwan Waewployngam or P’ Daeng, is a community leader in Nang Loeng. She earned the status of “community leader” by her dedication to the Nang Loeng community for over 30 years and has been chosen from Pomprap Sattru Phai district to be the official community representative of the Wat Suntornthammatan community, as well. All her works over the years have been coming from her volunteer spirit. P’ Daeng has become a community leader with her dedication but being selected to be a community leader with top-down approach is not often from the true understanding to the community. A designated community leader does not work the same way a natural community leader does. Therefore, P’ Daeng’s leadership is very unique and strong, as people are relying on her a lot. However, it gives both negative and positive outcomes to Nang Loeng community, they have been through challenges in many phases for a long time.


When asking about the next community leader that could continue her works, she said people in this generation, who is going to be the next community leader is too different from her generation. P’ Daeng mainly volunteers on most of the works and prioritises the community highly. Unfortunately, she still couldn’t see how anyone in the younger generation can step up and take her place when the time comes. Partly, she believes it’s the generation gap. Young generation needs compensation, they need clarity and direction. Also her daughter has opinion that P’ Daeng should think of herself before someone else which conforms to Buddhism’s teaching.


“Working with communities from organization or research done from university that self-centric, the communities would be just a complement to their projects. The centre of the development is nowhere near the community’s benefits.” – P’ Daeng said this is the major problem which can be found in general development projects.


She hopes that one day people in the community can naturally be part of any activities from the organisations and communities. In the past, many organisations did not make changes in a significant level to the communities. She expects one day, people in the community and the organisations can harmoniously collaborate, with integrity, be straightforward to their goals, and truly give benefits to communities. This is the change P’ Daeng wishes to see. At present, when people start to join activities with Ford Resource and Engagement Center because we can provide public space. We can see the change is happening and one day, people will naturally come to use this space and truly understand the benefit of it.



0 views0 comments
bottom of page