top of page

Kindergarten Play Day

“ถ้าอยากรู้ว่าเมืองนี้เป็นมิตรกับเราเท่าใด พื้นที่สำหรับเด็กจะเป็นคนบอกเรา” โรงเรียนและศูนย์เด็กเล็กเป็นหนึ่งพื้นที่การเรียนรู้ที่ช่วยเสริมพัฒนาการเด็ก ๆ ตามวัยทั้งทางตรงอย่างการเรียนรู้วิชาในห้องเรียน และทางอ้อมอย่างพื้นที่วิ่งเล่นเสริมในด้านร่างกายให้แข็งแรง ทว่ายังคงมีโรงเรียนในชุมชนภายใต้กรุงเทพมหานครบางส่วนที่เป็นชุมชนแออัดทำให้พื้นที่การเรียนรู้สำหรับทางอ้อมอย่างการขยับร่างกาย วิ่งเล่น ที่เป็นอีกส่วนสำคัญสำหรับพัฒนาการเด็กลดน้อยลงไปด้วย 


Objective

USL Pillars scenario-15.png
  1. พัฒนากล้ามเนื้อมัดใหญ่และมัดเล็ก การประสานงานของร่างกาย ช่วยฝึกการทำงานร่วมกันของตา มือ และเท้า ช่วยให้เด็กมีความแข็งแรง คล่องแคล่ว และควบคุมการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น 

  2. เสริมสร้างสมาธิและการเรียนรู้ การเคลื่อนไหวร่างกายช่วยกระตุ้นการทำงานของสมอง ทำให้เด็กมีสมาธิ พร้อมต่อการเรียนรู้ด้านอื่น ๆ

  3. สร้างพื้นฐานพัฒนาการด้านอื่น ๆ พัฒนาการทางร่างกายที่ดีจะเป็นพื้นฐานสำคัญของพัฒนาการด้านอารมณ์ สังคม และสติปัญญาในอนาคต

  4. ดึงศักยาภาพของพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ฟอร์ดเพื่อนชุมชน และขยายการเข้าใช้บริการของชุมชนให้เป็นที่รู้จักเพิ่มขึ้น

IMPACTS

2

Outputs

48

Participants

30

Beneficiaries

3

Stakeholder

จากการลงพื้นที่ภาคสนามพบว่า คุณครูจากศูนย์เด็กเล็กจักรพรรดิพงษ์จัดการเรียนการสอนให้เด็ก ๆ ได้เล่นและสำรวจธรรมชาติ แต่เนื่องจากพื้นที่ศูนย์ฯ ภายในชุมชนมีจำกัด จึงพามาเล่นในสวน 15 นาทีที่เป็นพื้นที่สีเขียวขนาดย่อมใกล้ชุมชนแทน ถึงกระนั้นทีมงานก็พบว่าสวน 15 นาทีที่เป็นประโยชน์ให้กับบุคคลทั่วไปอาจไม่ได้มีพื้นที่ที่เหมาะกับการเล่นของเด็กวัยนี้เท่าใดนัก


Ford Community Center ร่วมกับ Urban Studies Lab จัดกิจกรรม “Kindergarten Playday วันเล่นเด็กจิ๋ว”สำหรับนักเรียนวัยก่อนเตรียมอนุบาล (1-3 ปี) จากศูนย์เด็กเล็กจักรพรรดิพงษ์จำนวน 26 คน ในวันที่ 23 มีนาคม 2026 เพื่อเปิดประสบการณ์การเรียนรู้พัฒนากล้ามเนื้อมือมัดเล็ก-ความคิดสร้างสรรค์ด้วยกิจกรรมนิทาน ภายในศูนย์การเรียนรู้ FCC บริเวณ Bangkok 1899 ซึ่งเด็ก ๆ และคุณครูจะได้ใช้พื้นที่สีเขียวภายในศูนย์ฟอร์ดฯ เป็นสถานที่การเรียนรู้อีกด้วย


ในครั้งนี้ Urban Studies Lab เตรียมงานในส่วนการจัดกิจกรรมตั้งแต่วางแผน 3 กิจกรรมโดยใช้การเล่นเป็นฐาน (Play-Base Learning) ดังนี้

  1. เล่าหนังสือภาพและเล่นกิจกรรมต่อยอดจากหนังสือ ด้วยหนังสือภาพเรื่อง “ต่อทางรถไฟ” เล่าถึงร่วมมือช่วยต่อทางรถไฟเพื่อหลบสิ่งกีดขวางโดยไม่ทำลายธรรมชาติและต่อยอดด้วยการนำหนังสือภาพนั้นไปจำลองเป็นเส้นทางรถไฟจริง ๆ เพื่อเสริมทักษะคิดแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ได้ลงมือทำจริง การทำงานร่วมกันระหว่างเพื่อนตัวจิ๋ว อีกทั้งส่งเสริมด้าานการอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อมและนิสัยรักการอ่านไปในตัว 

  2. Play and Tell Story เล่านิทานไปพร้อมกับต่อบล็อกไม้เติมส่วนที่ขาดไปในนิทาน เพื่อเสริมทักษะการคิดเชื่อมโยง และการทำงานขอระบบร่างกายร่วมกันระหว่างความคิดและการเคลื่อนไหว

  3. เล่นอิสระตามใจฉัน ที่ปล่อยให้เด็ก ๆ ได้สร้างหรือเล่นกับบล็อกไม้ได้อิสระอย่างที่เขาต้องการ เพื่อเสริมทักษะความคิดสร้างสรรค์


อีกทั้งในช่วงเตรียมงานกิจกรรมพวกเราได้รับความร่วมมือจากทางฟอร์ด คอมปะนี จำนวน 8 คน และอาสาสมัครจำนวน 18 คนร่วมเป็น “พี่หมออาสา” ขัดลบมุม เช็ด ทำความสะอาดบล็อกไม้ให้เหมาะสำหรับเด็กวัยเตรียมอนุบาล การร่วมมือในครั้งนี้ส่งผลให้เรา ขยายการทำงานร่วมกับบุคคลทั่วไปที่สนใจร่วมทำงานเพื่อเด็กและเยาวชน นำไปสู่การทำกิจกรรมลักษะนี้ในอนาคตต่อไปได้เช่นกัน


หลังจากทำกิจกรรมพวกเราคาดหวังว่า เด็กมีความแข็งแรง คล่องแคล่ว และสามารถควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายได้อย่างเหมาะสม และได้เรียนรู้การปฏิบัติตามกติกา การทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น รวมถึงเกิดความมั่นใจและความภาคภูมิใจในตนเอง อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของเด็กให้เติบโตอย่างสมวัยและมีคุณภาพในอนาคต อีกทั้งสามารถจดจำความรู้รอบตัวที่แฝงอยู่ในกิจกรรมได้เช่น สีของจราจร การอยู่ร่วมกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้การใช้พื้นที่สีเขียวของพื้นที่ศูนย์ฟอร์ดเพื่อนชุมชนยังเป็นการขยายการใช้งานและเชิญชวนให้ชุมชนสามารถเข้ามาใช้พื้นที่ FCC สำหรับการเรียนรู้เพิ่มขึ้นในอนาคตได้อีกด้วย


bottom of page