
UCCN Lao
เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ขององค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ก่อตั้งขึ้นในปี 2547 เพื่อส่งเสริมความร่วมมือกับเมืองต่าง ๆ ทั่วโลกที่ตระหนักถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และวัฒนธรรม และร่วมหาแนวทางทำแผนพัฒนาท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการศึกษา ปัจจุบัน เมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกแบ่งออกเป็น 7 ประเภท ได้แก่ งานฝีมือและศิลปะพื้นบ้าน การออกแบบ ภาพยนตร์ อาหาร วรรณกรรม ศิลปะสื่อ และดนตรี มีเมืองสมาชิก 350 เมืองในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก
ในปัจจุบัน UNESCO เล็งเห็นว่า สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมีทรัพยากรทางวัฒนธรรมที่อุดมสมบูรณ์ และมีศักยภาพที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ในการพัฒนาอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ (CCI) จึงอยากเชิญชวนสปป.ลาวเพื่อร่วมกันหาแนวทางสร้างสรรค์และต่อยอดและเข้าร่วทเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก (UCCN) ในอนาคตต่อไป
Objective

Analyzing the cultural and creative industries landscape in key cities.วิเคราะห์ภูมิทัศน์ของอุตสาหกรรมวัฒนธรรมและสร้างสรรค์ในหัวเมืองสำคัญของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
Engaging stakeholders to assess institutional readiness and opportunities.การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการประเมินความพร้อมและโอกาสในการเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก
Identifying candidate cities based on UNESCO’s criteria.การคัดเลือกเมืองภายใต้ขอบเขตและเกณฑ์การเข้าร่วมในเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก (UCCN)
Developing a strategic roadmap for future applications.จัดทำแผนยุทธศาสตร์สำหรับการยื่นสมัครเข้าร่วมเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโกในอนาคต
IMPACTS
2
Output
51
Participants
5
Beneficiary/ Cities
60
Stakeholder /organizations
ครั้งนี้ศูนย์วิจัยชุมชนเมือง Urban Studies Lab เป็นคณะวิจัยในโครงการเพื่อหาแนวทางทำการศึกษาความเป็นไปได้ ทำความเข้าใจศักยภาพของประเทศลาว ต่อยอดเสริมศักยภาพให้เหล่า Stakeholder ชุมชนศิลปิน และสำนักด้านวัฒนธรรมในประเทศลาวได้รับประโยชน์ในวันข้างหน้า
เบื้องหลังทุกความเป็นไปได้
ก่อนที่จะมีแผนแนวยุทธศาสตร์ออกมานั้น Urban Studies Lab มีแนวทางในการทำงานดังต่อไปนี้
Scan
พวกเราเริ่มต้นจากการสำรวจและสแกนแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและทรัพยากรสร้างสรรค์ในทั้ง 7 สาขา ด้วยโครงสร้างพื้นฐานด้านวัฒนธรรม เมือง และความคิดสร้างสรรค์ ร่วมกับปัจจัยสนับสนุนทั้ง 5 ประการ
โครงสร้างพื้นฐาน
ทักษะและนวัตกรรม
เครือข่ายและความร่วมมือ
สถาบันและความร่วมมือ
ความเป็นเอกลักษณ์
ทางคณะวิจัย Urban Studies Lab ได้รับความอนุเคราะห์ด้านแหล่งข้อมูลจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว และเฟ้นหาหัวเมืองต่าง ๆ โดยมีเงื่อนไขว่า ต้องเป็นเมืองสำคัญของสปป.ลาวที่มีประชากรเกิน 50,000 คน ใน 56 เมือง
Scope
จากเงื่อนไขที่ว่า คณะวิจัยได้คัดกรองเมือง (Scope)โดยใช้ตัวกรองความโดดเด่นกับโครงสร้างพื้นฐาน และความน่าอยู่ โดยคณะผู้เชี่ยวชาญที่หลากหลายซึ่งประกอบด้วยตัวแทนจากสถาบันการศึกษา รัฐบาล ผู้ปฏิบัติงานด้านความคิดสร้างสรรค์ และภาคเอกชน จะถูกเรียกประชุมเพื่อประเมินและให้คะแนนแต่ละเมืองครอบคลุม 2 มิติหลัก คือ ความโดดเด่น/ความรุ่มรวยทางมรดกวัฒนธรรม และความพร้อมของเมืองขั้นพื้นฐานเช่น ปัจจัยความเป็นอยู่ เพราะเมืองสร้างสรรค์แม้ว่าจะมีมรดกและศักยภาพมากมาย แต่หากความเป็นอยู่ของคนในเมืองขั้นพื้นฐานไม่ถึงเกณฑ์ก็อาจจะขับเคลื่อนต่อไปได้ยาก
Score & Feasibility Assessment
หลังจากที่พวกเราคัดกรองเมืองสำคัญที่มีศักยภาพพร้อมต่อยอดให้เกิดขึ้นจริงได้แล้ว ทีมวิจัยวัดระดับและประเมินโดยใช้กรอบการวิเคราะห์แบบหลายเกณฑ์ (Multi-Criteria Analysis MCA) ดูว่าทั้ง 5 เมืองเข้าค่ายในเกณฑ์ข้อใดของเมืองสร้างสรรค์บ้าง และประเมินความเป็นไปได้เชิงลึกสำหรับแต่ละเมืองที่เข้ารอบสุดท้าย จนออกมาเป็น 5 เมืองสำคัญที่มีศักยภาพโดดเด่น ได้แก่
นครหลวงเวียงจันทน์ โดดเด่นในด้านงานฝีมือและศิลปะพื้นบ้าน อาหาร และวรรณกรรม
นครหลวงพระบาง โดดเด่นในด้านงานฝีมือและศิลปะพื้นบ้าน และอาหาร
นครแปก แขวงเชียงขวาง โดดเด่นในด้านวรรณกรรม
นครปากเซ แขวงจำปาสัก โดดเด่นในด้านอาหาร
นครนครไกสอน พมวิหาน แขวงสะวันนาเขต โดดเด่นในด้านอุตสาหกรรมดนตรี
Co-design
หลังจากที่ประเมินได้ครบทุกหัวเมืองสำคัญแล้วว่ามีศักยภาพโดดเด่นในด้านใด ทีมวิจัย Urban Studies Lab จึงเริ่มกระบวนการประชุมเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อกำหนดแผนยุทธศาสตร์ (Co-Design Workshop) จัดในวันที่ 15 สิงหาคม 2568 ทางออนไลน์ เป็นการประชุมเปิดพื้นที่ให้ผู้เกี่ยวข้องในจำปาสักและเมืองศักยภาพสูงอื่น ๆ ได้ตรวจสอบผลการดำเนินการขั้นต้นของงานวิจัย และมีบทบาทในการกำหนดแนวทางพัฒนาเมืองของตนเพื่อสนับสนุนระบบนิเวศเศรษฐกิจสร้างสรรค์ อีกทั้งยังต่อยอดเพื่อเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย UCCN ได้อย่างยั่งยืน โดยมีกิจกรรมเฉพาะสำหรับแต่ละเมืองเพื่อเปิดพื้นที่สำหรับการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์และเปิดกว้าง โดยในการจัดประชุมครั้งนี้มีหน่วยงานทั้งทางภาครัฐ เอกชน กลุ่มศิลปิน และผู้ประกอบการร์ในเมืองเข้าร่วมออกแบบเมืองสร้างสรรค์ด้วยกันถึง 18 หน่วยงาน 50++ คน
ซึ่งในการประชุมนี้ทำให้ทีมวิจัยและหน่วยงานต่าง ๆ มองเห็นเส้นทางความเป็นไปได้ที่ไม่สิ้นสุด ทั้งการต่อยอดอุตสาหกรรมวงการเพลงไปถึงเทศการดนตรีขนาดใหญ่ หรือการผลักดันอย่างผลิตภัณฑ์เมล็ดกาแฟบอละเวน รวมถึงการหยิบเอาวรรณกรรมพื้นเมืองมาต่อยอดควบคู่ไปกับการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ หลังจากนี้ต้องรอติดตามกันว่าในอนาคตประเทศลาวนั้นจะขับเคลื่อนไปในทิศทางใดเพื่อเข้ามาสู่เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์เช่นร่วมกับประเทศไทยเช่นเดียวกัน
หลังจากการค้นพบ
ในการทำวิจัยนั้นนอกจากจะมีการลงพื้นที่สำรวจ ทบทวนวรรณกรรม และสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญในแขนงต่าง ๆ แล้ว Urban Studies Lab ได้ส่งมอบโครงการเพื่อให้การพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ของสปป.ลาวทำได้อย่างยั่งยืนอีกด้วย
เล่มรายงานแผนยุทธศาสตร์ Feasibility Studies on UNESCO Creative City in Lao PDR
เล่มรายงานนี้ทีมวิจัย Urban Studies Lab ได้ถอดองค์ความรู้จากการวิจัย จำกัดขอบเขต และประเมินแต่ละเมืองสำคัญของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว รวมถึงแผนกลยุทธ์ที่หน่วยงานลาวที่เกี่ยวข้องได้ออกแบบร่วมกันจากการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อนำไปสู่พัฒนาเป็นเมืองสร้างสรรค์ที่มีศักยภาพให้กับทาง UNESCO และอาจนำไปต่อยอดในอนาคตต่อไปข้างหน้านี้
สื่อประชาสัมพันธ์ 2 ภาษาลาว-อังกฤษ
นอกเหนือการทำในรูปแบบวิชาการเพื่อการส่งต่อข้อมูลทางการศึกษาที่มีข้อมูบครบถ้วนแล้ว การมีสื่อที่เข้าใจง่ายในมุมมองของคนทั่วไปเองก็สำคัญเช่นกัน พวกเรา Urban Studies Lab ได้จัดทำโปสเตอร์สำหรับสื่อสารในรูปแบบเนื้อหากระชับและอ่านเข้าใจง่าย เพื่อส่งมอบคืนองค์ความรู้ให้กับหน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน และผู้ประกอบการณ์ที่เกี่ยวข้องในประเทศลาวสำหรับการพัฒนาเมืองสร้างสรรค์ในอนาคตได้อย่างยั่งยืน



