top of page

Career Path Camp 4

ค่ายเอาการเอางาน ปีที่ 4 ตอน ตะลุยดินแดนทะเลทราย “เพราะเด็ก คือหนึ่งในส่วนสำคัญของเมือง และเป็นรากฐานของอนาคต”


ทุกอย่างเริ่มขึ้นเมื่อ Ford Resource and Engagement center จัดกิจกรรม Frec Hackathon เพื่อมองหากิจกรรมที่ส่งเสริมพื้นที่และเครือข่ายชุมชนได้อย่างแท้จริง โดยพวกเราลงพื้นที่และเจอข้อสังเกตจากคำถาม “โตขึ้นอยากเป็นอะไร?”  พบว่าคำตอบของเด็ก ๆ ในชุมชนนั้นเป็นอาชีพที่เขาพบเห็นได้ใกล้ตัว หรือกับบางคนไม่สามารถตอบเราได้ มีทั้งคำตอบที่ยังมองหาเส้นทางใหม่ ๆ ของตัวเอง หรือมองถึงเส้นทางที่จะออกจากระบบการศึกษา จึงเกิดเป็น ค่ายเอาการเอางาน (Career Path Camp) ที่ต้องการใช้พื้นที่ของศูนย์ฟอร์ด เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้และเป็นพื้นที่พามารู้จักอาชีพใหม่ ๆ ให้เด็ก ๆ มองเห็นโลกนี้กว้างขึ้นกว่าเดิม


Objective

USL Pillars scenario-15.png
  1. เพื่อช่วยเสริมองค์ความรู้ในห้องเรียน และช่วยสอนและตรวจสอบการบ้านให้เด็ก ๆ ก่อนนำส่ง นำไปสู่การที่เด็ก ๆ จะมีผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาที่ดีขึ้น 

  2.  เพื่อเสริมพัฒนาการในตัวเด็ก ๆ ทั้งการเรียน อารมณ์ และความคิด มีแนวโน้มเชิงบวก โดยเฉพาะด้านความรับผิดชอบ 

  3. เพื่อให้เด็ก ๆ ตั้งเป้าระยะสั้น-ยาวเป็น และฝึกฝนเป็นประจำให้เป็นนิสัย 

  4. เพื่อเด็ก ๆ เข้าใจและรู้ทักษะที่ตัวเองต้องการพัฒนาเพิ่มด้วยตัวเอง เพื่อต่อยอดอาชีพที่ตัวเองสนใจ 

  5. เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเด็กและเยาวชนในพื้นที่กับศูนย์ฟอร์ดเพื่อนชุมชน (Ford Community Center: FCC)  ในการทำกิจกรรมที่ก่อประโยชน์ให้กับสังคมและชุมชนโดยตรง

IMPACTS

30

Beneficiaries

21

Participants

17

Outputs

9

Knowledge Sharing

ในปีที่ผ่านมาเดิมทีเป็นการจัดกิจกรรมโดยหยิบเอาทักษะที่คาดว่าเด็กจะใช้ในอนาคตอย่าง การรู้เท่าทันสื่อ หรือ การรู้จักกับภาษี ผลออกมาว่าเด็ก ๆ มีภูมิคุ้มกันในเรื่องนี้มากขึ้น แต่เมื่อค่ายจบลงภูมิคุ้มกันที่ได้รับมาเมื่อไม่ได้ถูกฝึกใช้ก็ลดลงไปตามเวลา ในปีนี้ Urban Studies Lab จึงได้พัฒนารูปแบบค่ายเพื่อให้เด็กสามารถหยิบความรู้ในห้องเรียนไปใช้ในชีวิตจริงมากยิ่งขึ้น รวมถึงมีการวัดผลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย


📒 เล่นเสร็จ เรียนเสร็จ การบ้านเสร็จ

การบ้าน สมุดหรือใบงานใบน้อยที่เด็กทุกคนต้องได้รับ แต่กลับเป็นจุดสำคัญที่ทำให้เราหันกลับมามองใหม่ ในปีที่ 4 ทีมงานตั้งใจว่าครั้งนี้ “เด็กหิ้วการบ้านมาทำที่ศูนย์ฟอร์ดได้” เพราะการทำการบ้านนอกจากจะฝึกฝนเนื้อหาที่เรียนไปแล้ว ยังเป็นอีกแรงกระตุ้นที่ดีที่ฝึกให้เด็กตั้งเป้าหมายระยะสั้น-ยาวได้จริง อีกทั้งยังเป็นการสร้างความรับผิดชอบในอนาคตที่อยากเป็นได้อีกด้วย

ในค่ายเอาการเอางานปี 4 หลังจบกิจกรรมที่เล่นกันเสร็จแล้วจะมานั่งจับกลุ่มวงเล็ก ๆ ทำการบ้านด้วยกัน และได้เปิดรับคุณครูอาสาที่มีความรู้ในแต่ละกลุ่มสาระเข้ามาสอนและให้คำแนะนำการบ้านเด็ก ๆ ได้ดียิ่งขึ้น


💪🏻 กลับมาทำให้พื้นฐานในตัวเด็กแน่นยิ่งขึ้น

การจะมีพื้นฐานชีวิตที่ดี สิ่งสำคัญที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตได้หนึ่งในนั้นคือ การศึกษา พวกเราจึงกลับมามองที่จุดเริ่มต้นการศึกษานั่นคือ เนื้อหาที่เรียนและผลคะแนนในห้องเรียน นั่นเอง เพื่อออกแบบกิจกรรมให้เป็นผลดีกับเด็กมากที่สุด ทีมจึงได้ลงพื้นที่ รวบรวมข้อมูลเนื้อหาในโรงเรียนและ สำนักทดสอบทางการศึกษา (สพฐ.)ให้กิจกรรมในครั้งนี้สอดคล้องไปกับเนื้อหาในห้องเรียนและเด็ก ๆ สามารถหยิบใช้ในปัจจุบันและอนาคตมากที่สุด

จากแผนปรับรูปแบบค่ายแบบดึงเอาเนื้อหาในโรงเรียนมาสอนตามจริง เพื่อให้กิจกรรมเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนที่สุด ปี 2025 จึงปรับกลุ่มเป้าหมายในครั้งนี้เป็นการเปิดรับเด็ก ๆ ระดับชั้นประถมการศึกษาตอนปลาย (ป.4-6) จำนวน 21 คน จาก โรงเรียนบำรุงอิสลามวิทยา ชุมชนมัสยิดมหานาค หนึ่งในเครือข่ายชุมชนของพวกเรา โดยการเปิดรับครั้งนี้เป็นการนำร่องเพื่อพัฒนาโครงการให้ละเอียดที่สุดนั่นเอง

ในค่ายเอาการเอางานปีที่ 4 ตอน ตะลุยดินแดนทะเลทราย ครั้งนี้เราปรับเปลี่ยนให้มีแนวทางกิจกรรมให้เด็ก ๆ รู้สึกสนุกและเห็นภาพชัดขึ้น จึงเกิดเป็นกิจกรรมทบทวนบทเรียนผ่าน Theme-based learning (การบูรณาการเนื้อหาและทักษะเชื่อมโยงกับชีวิตจริง) ทุกวันเสาร์ช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม ทั้งหมด 8 อาทิตย์ โดยในแต่ละอาทิตย์จะมีกิจกรรมทบทวนความรู้บูรณาการกับเนื้อหากลุ่มสาระทั้ง 6 วิชา ได้แก่ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย สังคมศึกษา ภาษาอังกฤษ วิทยาศาสตร์ และศิลปะ ผ่าน Game-Based learning หรือ การใช้เกมเป็นสื่อหลักในการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็น เกม “ปักตะกร้าทะเลทายช็อป” ที่ให้มาลองสร้างร้านของตัวเองกันในวิชาสังคม เพื่อรู้ระบบและกลไกการตลาดในสังคม รวมถึงได้ลงมือทำของจริงอย่างการ “ทดลองสร้างพีระมิด” ในวิชาวิทยาศาสตร์ เพื่อให้เห็นวิวัฒนาการการเกิดดิน-ความแตกต่างของดินแต่ละชนิด และ ได้ลองสมมติในสถานการณ์จริงอย่าง “สวมบทเป็นร้านค้าขายของให้นักท้องเที่ยวต่างชาติ” ได้เปิดประสบการณ์จริงให้กับเด็กไปด้วยนั่นเอง


(ใส่รูป IMG_7698.JPG DSC_1923.JPG DSC_2000.JPG Week 5: M for Mahanak map)


🃏แนะแนวอาชีพผ่านการ์ดเกม

“วิชาที่ชอบ ไปสู่อาชีพที่ใช่” ประโยคยอดนิยมที่ผู้ใหญ่มักบอกเด็ก ๆ เสมอในการหาเส้นทางอนาคตของตัวเอง แต่ถ้าเด็ก ๆ ยังไม่เจอว่าเขาชอบวิชาอะไรล่ะจะทำอย่างไร? ถึงแม้ว่าแก่นค่ายครั้งนี้จะกลับไปเน้นที่ความรู้พื้นฐานในโรงเรียน แต่เรายังคงยึดแก่นเดิมของโครงการอย่างการ แนะแนวอาชีพ ด้วยเช่นกัน ทีมจึงมองหาวิธีการผนวกเนื้อหาวิชาเรียนร่วมกับการแนะแนวอาชีพจนเกิดมาเป็น “การ์ดอะไร I Like” นั่นเอง

การ์ดนี้จะมีทั้งหมด 2 ด้าน ด้านหนึ่งจะเป็นทักษะที่เด็กจะได้พบในกิจกรรมแต่ละอาทิตย์ ส่วนอีกด้านหนึ่งจะเป็น รายชื่ออาชีพ ที่ทักษะนั้นสามารถต่อยอดไปเป็นได้ในอนาคตนั่นเอง การ์ดเหล่านี้จะหน้าการ์ดต่างกันไปตามแต่ละอาทิตย์เพื่อให้สอดคล้องกับกิจกรรมที่จะได้เล่น และแจกให้เด็ก ๆ ได้เลือกเก็บทักษะที่รู้สึกสนุก/ชอบในทุก ๆ อาทิตย์อีกด้วย

หลังจากที่ได้ใช้การ์ดนี้แล้ว นอกจากเปิดกว้างเรื่องอาชีพให้พวกเขาได้รู้จักชื่ออาชีพที่อาจไม่คุ้นหูมาก่อน ได้เห็นอาชีพอื่นผ่านตาบ้างแม้ว่าเขาจะไม่สนใจก็ตาม แต่การ์ดนี้ยังทำให้เขารู้ว่าตัวเขามีดีในด้านอะไร ถนัดอะไร เพื่อที่จะพัฒนาด้านที่เลือกมาต่อยอดเป็นทักษะสำหรับอาชีพในอนาคตต่อไป

(ใส่รูป IMG_3290.JPG IMG_7738.JPG


🗝️ Key To Process:  เลขปีเพิ่มขึ้น ค่ายยิ่งเข้มข้นขึ้น

ในปีนี้นอกจากเราจะเปลี่ยนแนวทางค่ายแล้ว เรายังพัฒนาการประเมินผลเข้มข้นยิ่งขึ้น โดยร่วมมือการทีม SATI Foundation ในการออกแบบแบบประเมินเด็กภายในค่ายทั้งหมด 3 อย่างได้แก่ ความฉลาดทางด้านอารมณ์ (EQ) ทักษะการบริหาร ปรับตัว และแก้ไขปัญหาได้ดียิ่งขึ้น (EF) และ กระตระหนักรู้ในตัวเอง (Self Awareness) และเมื่อประมวลผลแบบประเมินเสร็จพวกเราจะส่งคืนข้อมูลพร้อมทั้งคู่มือพัฒนาทักษะของเด็กโดยรวม ให้กับโรงเรียนเพื่อนำไปต่อยอดและผลักดันศักยาภาพเด็กได้มากยิ่งขึ้น



🌟Positive Impact:



  • เกรดเด็กรอติดตามผลจากครู


  • จินตนาการสำคัญกว่าความรู้ แต่การลงมือทำจริงก็สำคัญเช่นกัน

จากทุกอาทิตย์ที่ทำมา สัปดาห์ที่ได้เสียงตอบรับเชิงบวกจากเด็ก ๆ มากที่สุดคือ อังกฤษ ศิลปะ วิทยาศาสตร์ ซึ่งทั้งสามสัปดาห์ล้วนเป็นกิจกรรมที่ให้เด็ก ๆ ได้ลงมือทำแม่พิมพ์ของจริง ได้ลองคุยภาษาอังกฤษและลองเจอกับชาวต่างชาติตัวจริง ได้ทดลองว่าทรายเกิดขึ้นได้อย่างไรของจริง เห็นได้ชัดว่า เด็กตอบสนองต่อการเรียนรู้ผ่านการลงมือทำจริง (Learning by Doing) มากที่สุด เทียบกับการเรียนรู้ผ่านเกม (Game-base learning) และการที่ให้เด็กได้ลงมือทำจริงแบบนี้พบว่าอัตราความสนใจในรายวิชานั้น ๆ เพิ่มขึ้นสูงถึง 65-80% ทำให้เห็นได้ว่าค่ายเรามีส่วนดึงให้เด็กกลับมาสนุกและให้ความสนใจกับวิชาในโรงเรียนได้เช่นกัน 


  • จะชอบหรือไม่ชอบ ก็ไม่เป็นไร

จากในสัปดาห์ภาษาอังกฤษนั้น ปฏิกริยาแรกที่เด็กรู้ว่าเป็นวิชาอังกฤษ ทุกคนร้องอยากกลับบ้าน แต่เมื่อได้ลองพูดคุยกับชาวต่างชาติ แม้จะถูกบ้างผิดบ้าง กลับกลายเป็นว่าเด็กรู้สนุก และมั่นใจเรื่องการใช้ภาษามากขึ้น หลังจากที่จบกิจกรรมพบว่า เด็กในค่ายหลายคนเปิดใจให้กับวิชาที่ไม่ชอบอย่างภาษาอังกฤษมากขึ้น และแม้ว่าจบคาบแล้วเด็กจะบอกว่าไม่ชอบเกมนี้/วิชานี้ แต่กลายเป็นพบว่าเด็ก ๆ เปิดใจที่จะลองทำสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น และอย่างน้อยก็เปิดโอกาสให้ตัวเองได้มีประสบการณ์ใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นบ้างแล้ว ผลลัพธ์นี้แสดงให้เห็นว่าทีมงานเองก็ได้เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ที่ทำให้เด็กได้ลองทำ ลองดู ลองเล่น ก่อนตัดสินใจว่าตัวเองชอบหรือไม่ชอบสิ่งนี้ ด้วยเช่นกัน


  • ดอกไม้บานในใจเด็ก ไฟเล็ก ๆ จุดประกายในใจครูอาสา

ผลตอบรับเชิงบวกที่เราได้รับไม่ได้มีเพียงจากเด็ก ๆ ที่เข้าร่วมเท่านั้น แต่กับคุณครูอาสาทั้ง 9 คนเองที่ทีมงานเปิดรับสมัครก็ได้รับด้วยเช่นกัน ไม่ว่าเบื้องหน้าจะเป็นนักศึกษา คุณครู พนักงานบริษัท แต่เมื่อได้มาอยู่ในฐานะคุณครูอาสา ทั้ง 9 คนล้วนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ค่ายนี้จุดประกายให้มีแรงร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่ต้องการพัฒนาเด็ก กลายเป็นว่าค่ายเอาการเอางานในครั้งนี้นอกจากจะเป็นพื้นที่ให้เด็ฏได้ลองทำสิ่งใหม่ ๆ แล้ว ยังเป็นพื้นที่ที่ให้คนทั่วไปได้มาสัมผัสการทำงานเมืองใกล้ขึ้นอีกด้วย ค่ายของเราเติบโตขึ้นอีกก้าวแล้ว!



แม้ว่าจะจบค่ายไปแล้วแต่เรายังคงพัฒนารูปแบบกิจกรรมและสื่อการสอนภายในค่าย รวมถึงมองหาแนวทางขยายกลุ่มเป้าหมายขยายไปในเครือข่ายชุนอีกครั้ง เพื่อให้กิจกรรมนี้เป็นพื้นที่การเรียนรู้และเปิดกว้างทางอาชีพให้กับเด็ก ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง


bottom of page