
Placemaking Week(end) 2025
กลับมาอีกครั้งกับการสร้างสรรค์พื้นที่ (Placemaking) ในงาน สุดสัปดาห์งานสรรค์สร้างสถานที่ กรุงเทพฯ (Placemaking Weekend Bangkok 2025)
โดยศูนย์วิจัยชุมชนเมือง Urban Studies Lab ร่วมกับผู้พัฒนาเมืองและนักสรรค์สร้างสถานที่จากหลากหลายภาคส่วนจัด ในวันที่ 20-21 ธันวาคม 2025 ซึ่งเป็นครั้งที่ 2 ที่พวกเราเป็นส่วนหนึ่งของเครือ
ข่ายในระดับนานาชาติ PlacemakingX ในการขับเคลื่อนการสร้างสรรค์พื้นที่ในกรุงเทพมหานคร และขยายแนวทางการสร้างสรรค์พื้นที่ออกไปให้ไกลกว่าเดิม
Objective

Objective
Public awareness and community excitement สร้างการมีส่วนร่วมและการรับรู้ของชุมชน: ผ่านการปรับปรุงพื้นที่ชั่วคราวด้วยการจัดแสดงงานศิลปะ ที่นั่ง ต้นไม้ แสงไฟ และกิจกรรมป๊อปอัพที่นำโดยชุมชน
Celebration, visibility, network expansion สร้างการรับรู้ การมองเห็น และขยายเครือข่าย Placemaking Thailand
Knowledge sharing and roadmap for Placemaking Summit 2026แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และร่วมสร้างกลยุทธ์สำหรับการประชุมสุดยอดเทศะรังสรรค์ 2026
IMPACTS
19
Beneficiaries
186
Participants
24
Output
10
Knowledge Sharing
Placemaking Weekend 2025
ในการจัดครั้งแรก “งานสัปดาห์สรรค์สร้างสถานที่ กรุงเทพฯ ปี 2023” ที่ผ่านมาต้องการให้ผู้คนเห็นว่า “เทศะรังสรรค์” หรือการสร้างสรรค์พื้นที่ที่ถูกทิ้งและเงียบเหงานั้นให้กลับมาใช้งานได้จริงอีกครั้งเป็นอย่างไรผ่านการจัดงานกิจกรรมกระจายออกไปทั้ง 5 ย่านในกรุงเทพมหานครฯ และ 1 ย่านเชียงใหม่ เพื่อเป็นการสร้างแรงกระเพื่อมให้กับสังคมได้อย่างกว้างขวาง
รู้จักกับ Placemaking 2023 ที่ https://www.uslbangkok.com/projects/placemaking-week

สำหรับปีนี้ สุดสัปดาห์งานสรรค์สร้างสถานที่ กรุงเทพฯ ประจำปี 2025 ที่จัดเป็นครั้งที่ 2 นั้น พวกเรา Urban Studies Lab และ PlacemakingX ร่วมมือกับเหล่าผู้สร้างสรรค์สถานที่ นักออกแบบ นักวิชาการ องค์กรต่าง ๆ และร้านรวงในท้องถิ่น ยังคงสานต่อความตั้งใจในงานครั้งแรก ร่วมกันออกแบบพื้นที่เหล่านี้ให้เป็นรูปเป็นร่าง จากพื้นที่ (Space) ให้เป็น สถานที่ (Place) และปลดปล่อยศักยภาพของพื้นที่ให้เกินขีดจำกัด เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับ การประชุมสุดยอดเทศะรังสรรค์ (Placemaking Summit) ในปี 2026


Place-making Place-keeping กับโรงเรียนสตรีจุลนาค
ในปีนี้พวกเรากลับมาในแนวคิด Place-making Place-keeping ว่าด้วยเรื่องนอกจากเราจะลงมือสำรวจพื้นที่ในย่านแล้ว แต่เราจะทำอย่างไรหากฟื้นฟูสถานที่นี้เสร็จ ที่นี่จะสามารถคงอยู่ และใช้งานได้ต่อ แม้ว่ากิจกรรมของเราจะจบลงแล้วก็ตาม
ใจกลางกรุงเทพฯ ในพื้นที่ย่านป้อมปราบฯ ที่มีผู้คนสัญจรไปมา บริเวณข้างเคียงของ Urban Studies Lab มีสถานที่เล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ซ่อนตัวอยู่ข้างในซึ่งเป็นจุดที่หลาย ๆ คนอาจมองข้ามไป แต่แท้จริงแล้วข้างในนั้นมีพื้นที่ปล่อยโล่ง เงียบเหงา ไม่ถูกใช้งานมาเป็นเวลานาน สถานที่นั้นคือ โรงเรียนสตรีจุลนาค นั่นเอง
ครั้งนี้เราจึงตั้งใจมุ่งไปที่พัฒนาศักยภาพของหนึ่งพื้นที่นั้นให้เป็นรูปธรรมได้มากที่สุด โดยเปลี่ยนโรงเรียนสตรีจุลนาคที่เป็นพื้นที่เงียบเหงา ว่างเปล่า ให้กลับมามีชีวิตชีวา ด้วยการปรับโฉมพื้นที่นี้ที่ถูกมองข้าม กลายเป็นพื้นที่ตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของการทำ Placemaking ผ่านการ แปลงโฉม ดึงคนเข้ามาร่วมใช้ และ สร้างคุณค่าพื้นที่นี้ไปด้วยกัน
People with Place And the Endless Possibilities.
Placemaking ครั้งนี้พวกเรามีหมุดหมายในใจทั้งหมด 3 หมุด ทั้งสามส่งเสริมศักยภาพของสถานที่ได้อย่างแท้จริง ผ่านการจัดกิจกรรมอย่าง การจัดแสดงงานศิลปะ เพิ่มพื้นที่สีเขียว เพิ่มแสงสีเสียง และกิจกรรมป๊อปอัพที่นำโดยคนในย่านป้อมปราบศัตรูพ่าย
Co-Creation ร่วมคิด
“Places made for people, with people. ”
“สถานที่เพื่อทุกคน สร้างโดยทุกคน”
เพราะสถานที่ไม่ใช่แค่พื้นโล่งกว้าง ๆ หรือที่ไหน ๆ ก็เป็นได้ แต่สถานที่เกิดจากการมีผู้คนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมสร้าง ร่วมใช้งานด้วยกัน ซึ่งสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้นจากความตั้งใจข้อแรกนี้ Urban Studies Lab ได้ร่วมมือกับเพื่อน ๆ Placemaking ในกิจกรร อทิ
Green Common อาสาจัดสวน
ต้นไม้คือความร่มเย็น และคนอย่าง ๆ เราย่อมต้องการพื้นที่ที่ให้ใจเราเย็นลง กิจกรรมนี้เป็นการจัดสวนชั่วคราวภายในพื้นที่โรงเรียนสตรีจุลนาคเพื่อดึงดูดให้ทุกคนได้เข้ามาใช้งานในพื้นที่นี้ โดยกิจกรรมออาสาจัดสวนได้นำกิจกรรมโดยคุณลุง คุณป้า ที่เป็นตัวแทนจากชุมชนในเขตป้อมปราบฯ เหล่าอาสาที่สนใจมา และพันธมิตรอย่าง O.F.A. Designs เพื่อออกแบบพื้นที่สีเขียวในฝันร่วมกันโดยยึดความต้องการของผู้คนในย่านที่ได้เข้าใช้งานนี้บ่อยที่สุดเป็นหลัก นอกจากให้ความร่มรื่นภายในงานตลอด 2 วันนี้ หลังจบงานต้นไม้เหล่านี้ที่ช่วยกันจัดจะถูกกระจายไปสู่ครัวเรื่อนรายย่อยที่อยู่ในระแวกใกล้เคียง เพื่อเป็นการกระจายพื้นที่สีเขียวให้ทั่วถึงทุกตรอกซอยของย่าน โดยพืชพันธุ์ที่ใช้ในงานเน้นที่พันธุ์ไม้ไทย ไม้ใบ ไม้ดอก และผักสวนครัวที่ชุมชนสามารถนำกลับไปใช้ประโยชน์ได้จริงอีกด้วย
Coffee Talk Table & Partnership Dialogue
จะเป็นอย่างไรถ้ามีพื้นที่ที่ให้ทุกคนไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ อาชีพอะไร ได้มาร่วมพูดคุยถึงความฝันในเมืองร่วมกัน? Urban Studies LAb ได้เปลี่ยนพื้นที่โถงใต้ถุนโรงเรียนสตรีจุลนาคที่เงียบเหงา ไร้เสียงพูดคุยมานาน ให้เป็นพื้นที่ร่วมกันนั่งพูดคุย ถกปัญหา และออกไอเดีย ผ่าน “โต๊ะกาแฟ” เสมือนนั่งพูดคุยสบาย ๆ กันในร้านกาแฟบรรยากาศผ่อนคลาย ในวงสนทนานั้นนอกจากจะมีพันธมิตร เช่น หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.), Ford Philanthropy, Urban Ally, Mutual Ground และ RTUS ยังมีอีกหลาย ๆ หน่วยงานเข้ามาเป็นพันธมิตร และเหล่าเยาวชน-กลุ่มคนรุ่นใหม่ เพื่อหาแนวทางความเป็นได้ให้กับการสร้างสรรค์พื้นที่รกร้างต่าง ๆ ในประเทศไทยได้กลับมาใช้งานอีกครั้ง โดยแนวทางและสิ่งที่ได้พูดคุยนั้นจะเป็นส่วนหนึ่งในการวางแนวทางสำหรับการประชุมสุดยอดเทศะรังสรรค์ (Placemaking Summit) ในปี 2026 ที่จะถึงนี้
Co-Operation ร่วมสร้าง
“up-keeping requires more than one pair of hands.”
เราปรบมือข้างเดียวให้ดังไม่ได้ถ้าอยากฟื้นฟู
การสร้างพื้นที่อาจเริ่มต้นจากกิจกรรมเล็ก ๆ แต่การดูแลให้พื้นที่ยังคงมีชีวิตชีวา ต้องอาศัยความมุ่งมั่นและร่วมแรงร่วมใจด้วยกัน เพื่อร่วมกันเปลี่ยน “พื้นที่ว่าง” ในชุมชน ให้กลายเป็นสถานที่ที่ผู้คนได้พบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ไปด้วยกัน
ใส่ลายป้ายสี walkshop & exhibition
ป้าย อีกแรงสำคัญที่ขับเคลื่อนเมืองและ Soft Power ความเป็นไทยโดยไม่รู้ตัว ใครจะรู้ว่าป้ายที่กำหนดที่ทางและกิจกรรมต่าง ๆ กลับเป็นส่วนที่ช่วยกำหนดกฎเกณฑ์ในสังคมให้เป็นรูปร่าง ผ่านคำพูดเพียงไม่กี่คำ และสีไม่กี่สี แต่กลับทำให้เรารู้สึกได้ว่า “นี่ล่ะ ความเป็นไทย” ได้ด้วยเช่นกัน แต่จะเป็นอย่างไรถ้าป้ายที่มีแต่คำว่า “ห้าม” หรือ “ต้องทำ” มีวิธีการสื่อสารที่เป็นมิตรกว่านี้
ในกิจกรรมนี้ร่วมกับ มโนภาพสตูดิโอ และพันธมิตรอย่าง RTUS ร่วมกันสร้างสรรค์ออกมา โดยกิจกรรมนี้ดึงดูดบุคคลทั่วไปที่สนใจในเรื่องความเป็นอยู่ของเมืองผสานกับศาสตร์ศิลป์เพื่อรังสรรค์ป้ายส่วนบุคคลสำหรับติดตั้งภายในชุมชนผ่านการ สำรวจ สังเกต และตั้งคำถาม ให้ออกมาเป็นป้ายที่เป็นมิตรกับเหล่าคนที่สัญจรไปมาและตรงกับความต้องการชุมชนที่ต้องการสื่อสารออกมาด้วยเช่นกัน ซึ่งพวกเราหลังจากรังสรรค์ป้ายเสร็จแล้วได้ตระเวนออกไปติดตั้งตามชุมชนต่าง ๆ ที่ต้องการถึง 7 ชุมชน
แสงเช้า Market และความเป็นไปได้ของ Pom Prap Mart
หากสังเกตว่าไม่ว่าจะงานเลี้ยง งานบุญ งานเฉลิมฉลอง งานขาวดำ เมื่อมีคนมาก ก็จะมีร้านค้าเข้ามาตั้งร้านหน้างาน และยิ่งมีร้านรวงคนที่ผ่านมาก็ยิ่งตามมามุงอีกไม่ขาดสาย “ตลาด” คือฮีโรของหลาย ๆ ชุมชนที่กอบโกยรายได้และสร้างอาชีพใหม่ให้กับผู้คนมาช้านาน และในงานนี้ แสงเช้า Market เองก็เป็นฮีโรของเราด้วยเช่นกัน
แสงเช้า Market ร่วมกับ แสงเช้า สตูดิโอ ได้รวบรวมร้านค้าทั้งร้านท้องถิ่นในย่านและร้านค้าทั่วไปร่วมกันรังสรรค์พื้นที่นี้ให้เป็น Creative Market ที่มีทั้ง กิน ช็อป และพักผ่อนหย่อนใจ ครบในที่เดียว ซึ่งนอกจากจะดึงดูดเหล่าผู้คนทั้งขาจรหน้าใหม่ที่ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจมาร่วมงานได้แล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งพื้นที่เปิดการมองเห็นให้กับร้านค้าภายในงาน หรือเป็นแรงกระตุ้นให้เปิดธุรกิจใหม่ขึ้นมาอีกด้วย
แต่นอกจากร้านรวงแล้ว Urban Studies Lab ได้ทดลองน้องใหม่อย่าง ป้อมปราบฯมาร์ท (Pom Prap Mart) พื้นที่หน้าร้านคนกลางที่เปิดโอกาสให้ร้านในท้องถิ่นได้แสดงสินค้าภายในร้านโดยที่ไม่ต้องมีเจ้าของร้านมายืนจัดแจงขายของตลอดเวลา ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้เกินคาดกว่าที่คิด! เพราะนอกจากจะเป็นช่องทางเพิ่มรายได้อีกทางดดยที่ร้านค้าไม่ต้องลงแรงเพิ่มแล้ว ผู้คนที่เข้าร่วมงานยังให้ความสนใจกับร้านเหล่านี้มาก ทั้งสั่งซื้อ Pre-order สินค้าในมาร์ท หรือลงเดินเท้าตามรอยไปยังร้านค้าที่ร่วมกับป้อมปราบฯมาร์ท
เพิ่มรายได้คนในท้องถิ่น + สร้างเส้นทางสัญจรเดินทางใหม่ ๆ ในย่านป้อมปราบฯ เรียกได้ว่า ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
Keep & Care รักษาและดูแล
“Place-keeping is a practice of care.”
เพราะการดูแล คือ การบ่มเพาะความห่วงใย
สถานที่ที่ได้รับการฟื้นฟูจนสวยใหม่ไฉไลแล้ว หากไม่ได้รับการสานต่อหรือดูแลก็กลับมาเป็นพื้นที่ที่เงียบเหงาและกลับมาใช้การไม่ได้เช่นเคย Urban Studies Lab ได้เล็งเห็นถึงปัญหานี้เป็นสำคัญ เพราะถึงแม้ว่าโรงเรียนสตรีจุลนาคจะกลับมาคึกคักได้ชั่วคราว แต่ยังมีอีกหลาย ๆ พื้นที่ในย่านที่เราเองอาจเข้าไปสำรวจไม่ถึงด้วยเช่นกัน จึงเกิดเป็น …
Placemaking Clinic คุณหมอมาแล้ว
คลินิกที่เปิดให้คนท้องที่ในย่านป้อมปราบฯได้มาปรึกษาคุณหมอ ไม่ว่าจะเป็น “ต้องการป้ายใหม่” “อยากปรับปรุงศาลาชุมชน” หรือความต้องการอื่น ๆ อีกมากมาย โดยพวกเราจะนำความต้องการเหล่านี้มาหาแนวทาง ออกแบบ พัฒนา สร้างสรรค์ ร่วมกับเพื่อนพันธมิตรของเราเพื่อให้ตรงกับความต้องการชุมชนได้มากที่สุด ซึ่งตอนนี้ทุกคำปรึกษาเองกำลังดำเนินการเพื่อให้ทุกพื้นที่ที่เข้ามาหาเราได้รับสิ่งที่ดีที่สุดกลับไป
การทำ Placemaking ครั้งนี้ นอกจากประสบความสำเร็จในเรื่องการขยายแนวคิวการสร้างสรรค์พื้นที่และทำให้เป็นที่รู้จักเป็นวงกว้างเพิ่มมากขึ้นแล้ว เราได้พื้นที่ที่เคยรกร้างคืนเป็น Public Space (พื้นที่สาธารณะ) อย่าง ลานกีฬา Sport club ที่คนจากชุมชนต่าง ๆ ในย่านป้อมปราบฯ รวมถึงคนที่สนใจสามารถเข้าใช้งาน เล่น และออกกำลังกายได้จริงหลังจากที่งานของเราจบลงแล้ว
และเมื่อมีคนเข้ามาใช้สถานที่มากขึ้น ชีพจรลงเท้ากับถนนหนทาง การจับจ่ายใช้สอยกับร้านในบริเวณใกล้เคียงก็สะพรั่งตาม ๆ ไป เหล่าผู้ประกอบการในย่านเองก็ดีใจไปตามกันเพราะมีคำสั่งซื้อจากการร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับป้อมปราบฯมาร์ท แม้ตัวไม่อยู่ในงานแต่ยังคงมีเงินเข้ากระเป๋า รวมถึงผู้ชมในเองก็เดินตามรอยไปยังร้านรวงต่าง ๆ บ้างเดินชม บ้างอุดหนุน ซึ่งนี่คือผลลัพธ์ที่สำคัญเมื่อสถานที่เงียบเหงาแห่งนั้นกลับมามีชีวิตชีวาคล้ายดังเดิม
สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่
https://www.facebook.com/p/Placemaking-Thailand-100095617329083/

















































































































































