“ย้อนอดีตงานภูเขาทอง”ที่หายไปผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ : จากยุคคณะราษฎร์ ถึงทศวรรษ 2540🔍🎪
- Chayapon[04] Sitikornvorakul
- 9 ม.ค.
- ยาว 4 นาที
เกริ่นนำ : ความสำคัญของงานวัดภูเขาทอง
ในทุก ๆ ปี ช่วงปลายฝนต้นหนาว หลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยเฉพาะในที่ราบลุ่มภาคกลาง จะเริ่มเข้าสู่การจัดงานรื่นเริง ต่าง ๆ หนึ่งในพื้นที่ที่ยอดฮิตสำคัญก็คือการเที่ยวงานวัด ขณะเดียวกันหนึ่งในงานยอดฮิตของชาวกรุง ทั้งชนชั้นกลาง ไปจนถึงชาวบ้านทั่วไป ไม่มีใครที่ไม่รู้จักงานภูเขาทอง จัดขึ้นกลางเดือน 12 ของทุก ๆ ปี มีลักษณะคล้ายคลึงกับการจัดงาน Fair ในต่างประเทศ สำหรับให้ผู้คนได้พักผ่อนหย่อนใจ
ความเป็นงานวัดภูเขาทอง ไม่ปรากฎหลักฐานแน่ชัดว่าเริ่มมีขึ้นเมื่อใด สันนิษฐานว่า มาพร้อมกับการขุดคลองมหานาคในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ทำให้เกิดการละเล่นเพลงเรือ การชุมนุมของผู้คนในฤดูน้ำหลาก บ้างก็ว่ามาพร้อมกับการประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุบนภูเขาทองในสมัยรัชกาลที่ 5 จะด้วยการเกิดขึ้นสาเหตุใดก็ตามปฏิเสธไม่ได้ว่า งานภูเขาทอง ต้องเป็นหนึ่งในพื้นที่และงานสำคัญของคนกรุงมาอย่างยาวนาน
หากนึกถึงงานภูเขาทอง มีหลายสิ่งที่หายไป ไปพร้อมๆ กับการเปลี่ยนแปลงของสภาพบริบททางเศรษฐกิจ สังคม ไปจนถึงอำนาจรัฐ อำนาจสงฆ์ ทำให้รูปแบบการจัดงาน การละเล่น หรือความบันเทิงหลายอย่างค่อย ๆ เลือนหายไป ด้วยถูกตีตราว่าไม่เหมาะสม ขัดกับศีลธรรมอันดีบ้าง อย่างไรก็ตามปฏิเสธไม่ได้ว่า สิ่งเหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ความเป็นชุมชนเมือง ความเป็นวิถีชาวบ้านทั่วไป เพราะพื้นที่วัดกับพื้นที่ความบันเทิงเป็นของที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน นอกจากวัดจะเป็นพื้นที่ประกอบศาสนกิจแล้ว วัดยังเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมและความบันเทิงต่าง ๆ เป็นทั้งพื้นที่ปลดปล่อย พื้นที่สนุกสังสรรค์ของคนทุกกลุ่ม ทุกชนชั้น เป็นพื้นที่ของหนุ่มสาว ก่อนที่พื้นที่บันเทิงและความสนุกของคนเมืองจะเปลี่ยนแปลงไปอยู่ที่สวนสนุก ห้างสรรพสินค้า และสถานบันเทิงสมัยใหม่ในภายหลัง
ด้านหนึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า หลังการเปลี่ยนแปลงของอำนาจรัฐ อำนาจการจัดการของสงฆ์ วัดต้องดิ้นรน และต้องแสวงหา แนวทางเพื่อหาทุนทรัพย์เพื่อหางานมาทำนุบำรุงอาราม และค่าใช้จ่ายภายในวัด ขณะเดียวกันเปิดพื้นที่ให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างจังหวัดและพื้นที่ต่าง ๆ สามารถนำสินค้าอุปโภค บริโภคมาค้าขาย เปิดโอกาสให้สินค้าจากท้องถิ่น ได้ออกร้านขายของสำหรับคนกรุง
การจัดงานวัดคงดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และเผชิญกับจุดเปลี่ยนที่สำคัญที่ทำให้งานวัดมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก คือ ระเบียบมหาเถรสมาคม ว่าด้วยการจัดงานวัด พ.ศ. 2537 ระเบียบดังกล่าว มีผลให้การจัดกิจกรรม การละเล่นสิ่งบันเทิงต้องเปลี่ยนแปลงไป กิจกรรมต่าง ๆ ต้องขัดต่อพระธรรมวินัย ทั้งการแสดงที่ไม่ดูหมิ่นพระศาสนา โดยเฉพาะข้อห้ามจัดการละเล่น สิ่งบันเทิงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการพนัน การเต้นรำ รำวง สื่อลามก ระบำที่ยั่วกามารมณ์ การแข่งมวย การทรมารสัตว์ การดื่มสุรา รวมไปถึงการประกวดนางงาม
ศูนย์วิจัยชุมชนเมือง(Urban studies lab) จึงจะพาย้อนไปดูบรรยากาศระดับตำนานของงานวัดสระเกศผ่านหลักฐานสื่อสิ่งพิมม์ ภาพถ่าย ในช่วงทศวรรษ 2470 - 2540 ซึ่งนับเป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่านรูปแบบงานวัดมากมาย โดยเฉพาะบันทึกผ่านหนังสือพิมพ์เก่า ภาพของเอนก นาวิกมูล นิตยสารสารคดี และนิตยสารศิลปวัฒนธรรม ที่ได้เก็บกลิ่นอายงานวัดภูเขาทองที่จางหายไป คงอยู่ มีการปรับตัวใหม่
ย้อนอดีตงานภูเขาทองที่หายไปผ่านสื่อสิ่งพิมพ์ : จากยุคคณะราษฎร์ สู่ทศวรรษ 2540

2.1. การพนัน - การประกวดศิลปกรรมนักเรียน - การประกวดเเม่ค้างาม
ความบันเทิงที่หายไป จากยุคคณะราษฎร์ - สงครามโลกครั้งที่ 2
ในงานภูเขาทอง มีหลักฐานการแข่งการพนันในรูปแบบต่าง ๆ อย่างน้อยมีพัฒนาการมาตั้งแต่รัฐสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ในปี 2451 กระทรวงนครบาล อนุญาตให้ออกร้านการเล่นการพนันต่าง ๆ อาทิ ไม้หมุน ชี้รูป โยนห่วง โยนสิ่งของให้ลงขวด ลงไห ตกเบ็ดเอาสิ่งของ ล้วงเหรียญ จับฉลาก ชักเส้นด้าย ปาหน้าคน ยิงเป้า ดูเหมือนว่าพัฒนารูปแบบการเล่นต่าง ๆ ยังคงต่อเนื่องมากระทั่งยุคคณะราษฎร์ ในปี 2477 คณะกรรมการจัดงานนักขัตฤกษ์ภูเขาทองวัดสระเกศ อนุญาตให้มีการเล่นการพนันประเภทที่ 2 ประกอบด้วย ตกเบ็ด บิงโก ปาหน้าคน หน้าหน้าสัตว์ โยนห่วง ยิงเป้า ฯลฯ ซึ่งการเปิดพื้นที่ให้มีการเล่นการพนัน
ปีเดียวกันทางโรงเรียนประชาบาลวัดสระเกศ ได้มีการจัดงานประกวดฝีมือนักเรียนประชาบาล ของนักเรียนในจังหวัดพระนคร - ธนบุรีตรงกับวันภูเขาทอง โดยมีการจัดประกวดผลงานและวิชาชีพของนักเรียนอำเภอต่าง ๆ ให้กับนักเรียน ตั้งแต่วันที่ 18 - 22 พฤศจิกายน
งานวัดภูเขาทอง ปี 2484 ในบรรยากาศช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 วัดสระเกศ มีการจัดประกวด “แม่ค้างาม” ขึ้นในงานวัดภูเขาทอง แนวคิดเรื่องการจัดประกวดงานประกวดนางงามเช่นนี้ มีพัฒนาการมาจากการประกวดนางสาวไทย ที่จัดขึ้นมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2470 โดยเฉพาะในปี 2477 มีการประกวดนางสาวสยามขึ้น โดยรัฐบาลจอมพลป. พิบูลสงครามริเริ่มจัดงานดังกล่าวเนื่องในงานฉลองรัฐธรรมนูญ ซึ่งเข้าใจว่างานประกวดเเม่ค้างามของภูเขาทอง คงได้รับอิทธิพลการประกวดนางงามที่มาจากการประกวดนางสาวสยามที่เกิดขึ้นทั่วทั้งประเทศ
ข้อมูลภาพจาก
ศรีกรุง. 4811 วันเสาร์ ที่ 8 พ.ย. 2484. น. 1.
สยามราษฎร์. แจ้งความ .ปีที่ 10 ฉ.2981 . จ. ที่ 5 พ.ย. 2477.น.15.
สยามราษฎร์. ประกวดฝีมือ น.ร.ประชาบาล ใน งานภูเขาทอง .ปีที่ 10 ฉ.2982 . อ. ที่ 6 พ.ย. 2477.น.9.
Film Archive Thailand. งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน (2495). เข้าถึงเมื่อ 6 พฤศจิกายน 2568 เข้าถึงจาก https://www.youtube.com/watch?v=knX0nLhQeUw

2.2 ชิงช้าสวรรค์- ม้าหมุน - รถไต่ถัง
เเรกเริ่มเดิมที งานวัดคือพื้นที่สวนสนุกของคนกรุง
ชิงช้าสวรรค์ ม้าหมุน รถไต่ถัง นับเป็นเครื่องเล่นและสัญลักษณ์ทั่วไปของงานวัดและงานภูเขาทองและงานวัดทั่วไป มีเครื่องเล่นอย่างชิงช้าสวรรค์ ถูกยกย่องว่าเป็นกีฬาแห่งเครื่องเล่นในงานวัด ที่หลาย ๆ คนต้องการที่จะได้ขึ้นไปนั่ง เนื่องจากจะได้เห็นถึงบรรยากาศของงาน และดื่มด่ำกับความสนุก ตื่นเต้น มุมสูง
ในทศวรรษ 2500 ในช่วงกึ่งพุทธกาล สังคมไทยได้เข้าสู่ยุคพัฒนา น.อ.เลื่อน พงษ์โสภณ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พื้นเพครอบครัวทำโรงเลื่อย เเละร้านขายของบริเวณใกล้ประตูสามยอด คลองโอ่งอ่าง
ด้วยความเป็นคนชอบเครื่องยนต์ จึงได้ประดิษฐ์คิดค้นดัดแปลงเครื่องเล่นต่าง ๆ ที่ดัดแปลงมาจากเครื่องเล่นของต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น รถไต่ถัง ชิงช้าสวรรค์ คนเหาะ ม้าหมุน รถไฟเล็ก รถโกค้าท สามล้อถีบ ฯลฯ
ข้อมูลภาพจาก
ทวี วัดงาม(เขียน), สกล เกษมพันธุ์(ภาพ). “งานวัด สีสันกว่าสวรรค์,” ใน สารคดี 84, 7 (กุมภาพันธ์,2535). น.102 - 118.
พนิดา สงวนเสรีวานิช. “งานวัด อารามแฟร์ เสน่ห์นี้ยังไม่จาง,” ใน ศิลปวัฒนธรรม 19, 5 (มีนาคม,2541).น.76 - 97.
อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ น.อ.เลื่อน พงษ์โสภณ ณ เมรุวัดธาตุทองฯ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์บำรุงนุกูลกิจ, 2519.
เอนก นาวิกมูล. ราษฎรบันเทิง. กรุงเทพฯ : 2020 เวิลด์ มีเดีย. 2542.

2.3 สาวน้อยตกน้ำ
หนึ่งในสีสันของการเล่นเครื่องเล่นในงานวัด คงหนีไม่พ้นสาวน้อยตกน้ำ ส่วนใหญ่จะมีเป้าหมายของการมาดูสาว ๆ ที่จะเป็นเป้าให้กับผู้ที่จะโยนลูกบอลให้ตรงกับแป้นที่ให้สาว ๆ ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ตกลงไปในน้ำ เพื่อเรียกเสียงหัวเราะ เเละความสนุกสนานเมื่อสาวผู้นั้นเปียกปอน
ปัจจุบันพัฒนาการของสาวน้อยตกน้ำได้เปลี่ยนแปลงไป ในปัจจุบันมีการหมุนเวียนให้กลุ่มที่เป็นหลากหลายเพศเป็นเป้าหมาย เพื่อดึงดูดให้กับรรดาลูกค้าที่สนใจได้มาเล่นสาวน้อยตกน้ำ ดังบรรยากาศงานสำคัญอย่างงานกาชาด ที่มีหน่วยงานรัฐดึงเอาเครื่องเล่นดังกล่าวมาเป็นตัวดึงดูดให้ผู้มางานมาเล่นสาวน้อยตกน้ำ บ้างก็เปลี่ยนมาเป็น “หนุ่มน้อยตกน้ำ” บ้าง
ข้อมูลภาพจาก
ทวี วัดงาม(เขียน), สกล เกษมพันธุ์(ภาพ). “งานวัด สีสันกว่าสวรรค์,” ใน สารคดี 84, 7 (กุมภาพันธ์,2535). น.102 - 118.
พนิดา สงวนเสรีวานิช. “งานวัด อารามแฟร์ เสน่ห์นี้ยังไม่จาง,” ใน ศิลปวัฒนธรรม 19, 5 (มีนาคม,2541).น.76 - 97.
เอนก นาวิกมูล. ราษฎรบันเทิง. กรุงเทพฯ : 2020 เวิลด์ มีเดีย. 2542.

2.4 โชว์ของประหลาด บรรดาผียอดฮิตของสังคมไทย
หนึ่งในสีสันของงานวัดคือการโชว์ของประหลาด บรรดาผีต่าง ๆ ให้ทุกคนได้เข้าไปดู ชวนขนหัวลุกและเรียกเสียงหัวเราะ ในอดีตมีการโชว์ตัวประหลาดต่าง ๆ เช่น วัวหน้าคล้ายคน หมู 8 ขา งูยักษ์ คนแคระ คอกมนุษย์ประหลาด หัวเป็นคนหางเป็นปลา เด็กสองหัวในร่างเดียว ฯลฯ
ส่วนบรรดาผี ก็จะเป็นผียอดฮิตของสังคมไทย ที่ทุกคนรู้จักอย่างเช่น กระสือ นางพราย นางตานี ฯลฯ คนคิดค้น มักจะสร้างบรรยากาศให้รู้สึกถึงความน่ากลัว สยองพองขน เหมือนอย่างบ้านผีสิง และเลียนแบบเอกลักษณ์ ของผีต่าง ๆ ให้รู้สึกถึงความสมจริง เช่น ถ้าผีตานีคาเรคเตอร์จะต้องมีต้นกล้วยต้นหนึ่ง มีเอาสิ่งของมาบังด้วยสังกะสี เเละให้หัวโผล่ออกมา และต้องเป็นไฟมืด สลัวๆ ให้คนที่มาขวัญอ่อน ตกใจ ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นสนุก เอาความเฮฮากันไป
กรณีของโชว์ของประหลาดนั้น ทวี วัดงาม อธิบายว่า หนึ่งในการโชว์ที่สำคัญคือ การโชว์ซากสัตว์ที่เป็นระดับตำนานของไทย โดยเฉพาะในปี 2508 มีการโชว์ซากจระเข้ไอ้ด่าง ที่กินคนจนเป็นช่าวดัง เเละถูกปราบปรามขึ้นในภายหลัง บางครั้งมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันไปว่า เป็นซากไอ้ด่างตัวจริง ไอ้ด่างตัวปลอมบ้าง
ข้อมูลภาพจาก
ทวี วัดงาม(เขียน), สกล เกษมพันธุ์(ภาพ). “งานวัด สีสันกว่าสวรรค์,” ใน สารคดี 84, 7 (กุมภาพันธ์,2535). น.102 - 118.
พนิดา สงวนเสรีวานิช. “งานวัด อารามแฟร์ เสน่ห์นี้ยังไม่จาง,” ใน ศิลปวัฒนธรรม 19, 5 (มีนาคม,2541).น.76 - 97.
เอนก นาวิกมูล. ราษฎรบันเทิง. กรุงเทพฯ : 2020 เวิลด์ มีเดีย. 2542.

2.5 ละครลิง - โชว์มานิ
ในอดีตงานวัด มีการแสดงโชว์ของละครลิง และกลุ่มชาวมานิ ที่มาแสดงอยู่ในงานภูเขาทองร่วมกับสิ่งบันเทิงต่าง ๆ กรณีของละครลิง ไม่เเน่ชัดว่ามีเมื่อใด คาดการณ์ว่ามาพร้อมกับการใช้ลิงมาฝึกปรือให้แสดงตามคำสั่งของผู้เลี้ยง สำหรับขอทาน การร้องเพลง และการเล่นดนตรี บางทีก็จะเรียกกลุ่มลิงนี้ว่า “ลิงวณิพก”
ในเวลาต่อมามีการเกิดขึ้นของคณะละครลิง สำหรับอย่างคณะ “ปรีดาวานร” ซึ่งเป็นคณะละครลิงแรก ๆ ของไทย ออกทำการแสดงครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 6 ภายหลังมีคณะละครลิงเกิดขึ้นใหม่ ผ่านการรับช่วงต่อจากคณะเดิม ในชื่อ “โชว์ศิลปะวานร” กระทั่งภายหลังจึงมีคณะละครขึ้นใหม่โดยปรับให้มีการเล่นละครลิงที่ฝึกหัดให้เหมือนลิเก อย่างคณะ “ดำรงศิลปวานร” โดยเรื่องที่แสดงมักจะเป็นเรื่องจักร ๆ วงศ์ๆ ทั้งแก้วหน้าม้า พระรถเมรี พระอภัยมณี หรือชุดเบ็ดเตล็ด อย่างเช่น หัดทหาร ขี่ม้า ยิงปืน พม่ารำขวาน กายกรรม ฯลฯ โดยฝึกหัดลิงตามความชำนาญของแต่ละตัว ที่เน้นตลก เรียกเสียงหัวเราะ เฮฮาให้กับคนดู
นอกเหนือจากละครลิง ยังมีโชว์ชาวมานิ จากข้อมูลของเอนก นาวิกมูล ได้ชี้ให้เห็นว่างานบรมบรรพต ภูเขาทอง ได้มีการนำกลุ่มชาติพันธุ์ชาวมานิ จากทางจังหวัดยะลา และชายแดนไทย - มาเลเซีย ตลอดจนเทือกเขาบรรทัดภาคใต้ของประเทศไทย หรือที่ถูกเรียกกันในชื่อว่า “เงาะป่า ซาไก” ที่มาทำการเเสดง ด้วยถูกมองว่า “เป็นคนประหลาด” ทั้งรูปลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีจมูกแบน ผมหยิก ตัวดำ จัดอยู่ในกลุ่มของกลุ่มนิกริโต โดยจะมีการแสดงให้ผู้ชมได้เห็นถึงการแสดงที่เป็นความสามารถของกลุ่มมานิ อย่างเช่น การเล่นดนตรี การเป่าลูกดอกหรือการเป่ากระบอกตุด หรือบอเลาที่อาบยาพิษ
การเเสดงดังกล่าวเข้าใจว่ามีพัฒนามาจากกลุ่มละครสัตว์ เพื่อต้องการที่จะเรียกแขกและผู้มาเที่ยวงาน สำหรับให้คนเข้ามาดู ในราคาที่ไม่สูงมากนัก ขณะเดียวกันกลุ่มมันนิที่ขึ้นมาเเสดงก็จะนำสินค้าจากพื้นถิ่นอย่างน้ำมันเสน่ห์ ยาให้มีลูก ขึ้นมาจำหน่ายในงานภูเขาทองด้วย
ข้อมูลภาพจาก
ทวี วัดงาม(เขียน), สกล เกษมพันธุ์(ภาพ). “งานวัด สีสันกว่าสวรรค์,” ใน สารคดี 84, 7 (กุมภาพันธ์,2535). น.102 - 118.
พนิดา สงวนเสรีวานิช. “งานวัด อารามแฟร์ เสน่ห์นี้ยังไม่จาง,” ใน ศิลปวัฒนธรรม 19, 5 (มีนาคม,2541).น.76 - 97.
เอนก นาวิกมูล. ราษฎรบันเทิง. กรุงเทพฯ : 2020 เวิลด์ มีเดีย. 2542.

2.6 สินค้าทั่วสารทิศ - ของเล่นนานาชนิด
ออกร้านของดีของเด่นประจำย่าน ประจำถิ่น
สิ่งที่ขาดเสียไม่ได้สำหรับงานวัดคือการออกร้านขายของ ซึ่งจะมีสินค้า อาหารแปลกต่างถิ่น ทั้ง หมูสะเต๊ะ ข้ามต้นปลา ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีนน้ำยา ขนเบื้องบ้านขมิ้น ไก่ย่าง บาเยียจากทุ่งครุ ขนมเบื้องญวน สายไหมอยุธยา หม้อดินปทุมธานี ข้าวหลาม เสื้อผ้า ของใช้ สินค้าบริโภค อุปโภค ฯลฯ ตลอดจนของเล่น ทั่วสารทิศมาออกร้านขายของ เสมือนว่าเป็นการเปิดตลาดนัดครั้งใหญ่ เราจึงพบการออกร้านขายของที่มีสินค้าต่าง ๆ สำหรับผู้ที่มาทำบุญและตั้งใจมาเที่ยวงานวัดโดยเฉพาะ
สินค้าต่าง ๆ เหล่านี้ จะมีพ่อค้าเเม่ค้า ทั้งขาประจำและขาจร ตลอดจนบรรดาพ่อค้า เเม่ค้าเร่ในแถบภาคกลางและภูมิภาคของไทย จะมาทำการลงชื่อจองแผงขายของ หรือในปัจจุบันจะรู้จักกันในลักษณะของการประมูลพื้นที่ บางวัดจะมีการจัดโดยมีเอเย่นต์ดูแล บางพื้นที่จะมีเจ้าหน้าที่สำหรับวางแผนจัดสรรพื้นที่ขายของ หรือบางพื้นที่จะมีนายหน้าสำหรับจับจอง ปัจจุบันเริ่มเห็นการจัดงานโดยมีออเเกไนซ์ ผู้จัดต่าง ๆ เข้ามามีบทบาทในการจัดรูปแบบและแผงงานวัด ตลอดจนการเลือกสินค้ามาจำหน่าย รวมทั้งรูปแบบการละเล่นต่าง ๆ ที่ให้ความรู้สึกใ้ผู้มาเที่ยวโหยหาอดีตของบรรยากาศงานวัดที่เกิดขึ้นในอดีต
นอกจากจะเป็นการขายสินค้า ออกร้านเเล้ว งานวัดยังเป็นพื้นที่เสมือนสวนสนุกสำหรับเด็ก ๆ ก่อนที่เครื่องเล่นแบบสวนสนุก หรือห้างสรรพสินค้าจะมีบทบาทในภายหลัง พื้นที่งานวัดเป็นทั้งพื้นที่เล่นของเด็ก ๆ เพราะมีเครื่องเล่นที่หลากหลาย ขณะเดียวกันก็จะมีของเล่น ไปตลอดถึงเกมต่าง ๆ เช่น ร้านยิงปืนจุกไม้ก๊อก ยิงเป้า ยิงธนู ม้าหมุน รถไฟเล็ก ขว้างกระป๋อง ฯลฯ
ข้อมูลภาพจาก
ทวี วัดงาม(เขียน), สกล เกษมพันธุ์(ภาพ). “งานวัด สีสันกว่าสวรรค์,” ใน สารคดี 84, 7 (กุมภาพันธ์,2535). น.102 - 118.
พนิดา สงวนเสรีวานิช. “งานวัด อารามแฟร์ เสน่ห์นี้ยังไม่จาง,” ใน ศิลปวัฒนธรรม 19, 5 (มีนาคม,2541).น.76 - 97.
เอนก นาวิกมูล. ราษฎรบันเทิง. กรุงเทพฯ : 2020 เวิลด์ มีเดีย. 2542.

2.8 ถ้ำมอง
ถ้ำมอง เป็นลักษณะของตู้สี่เหลี่ยมด้านเท่า มีความสูงประมาณ 2 ฟุต กว้างประมาณ 1 ฟุต สำหรับให้คนมองลอดเข้าไป ด้านหน้าจะลาดเอียงประมาณ 45 องศา มีแผ่นกระจกผ้าปิดไว้ โดยเจาะรูเล็ก ๆ ข้างละ 3 รู สำหรับให้คนใช้ดวงตาแนบดู ใช้วิธีการหยอดเหรียญสลึงให้เครื่องทำงาน โดยมีเลนส์ขยายที่ติดอยู่ทำเห็นภาพชัดขึ้น
กลไกนี้ดัดแปลงมาจากเครื่องแขวนนาฬิกาแบบไขลาน ส่วนใหญ่จะบรรจุภาพโปสการ์ดราว 20 ภาพ และผู้เล่นจะต้องค่อย ๆ พลิกไปจนครบทุกภาพ มักจะมีภาพประเภทวิวทิวทัศน์ ภาพสถานที่สำคัญของไทย ของต่างประเทศ ภาพสัตว์ต่าง ๆ ขึ้นอยู่กับเจ้าของตู้จะต้องการใส่ภาพอะไรลงไป
ถ้ำมองนับเป็นสิ่งหนึ่งที่ได้รับความสนใจจากผู้ที่มางานวัด เนื่องจากเป็นการเปิดพื้นที่และประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับผู้คนที่ไม่ได้มีโอกาสสัมผัสสถานที่หรือบรรยากาศที่อยู่ไกลออกไป เช่น ภาพวิวทิวทัศน์จังหวัดต่าง ๆ หรือต่างประเทศ ที่ทำให้คนที่มาส่องได้รู้จักสถานที่ข้างนอกมากขึ้น ดังนั้นจึงจะเห็นภาพบรรยากาศของการรอเข้าเเถวเพื่อเข้าชมถ้ำมองกันอย่างเนืองเเน่น ซึ่งนับเป็นสื่อหรือภาพแทนของโลกจำลอง ที่ทำให้ผู้มาดูสามารถจินตภาพและเห็นภาพของพื้นที่ ผู้คน สิ่งของต่าง ๆ ได้มากขึ้น
ข้อมูลภาพจาก
ทวี วัดงาม(เขียน), สกล เกษมพันธุ์(ภาพ). “งานวัด สีสันกว่าสวรรค์,” ใน สารคดี 84, 7 (กุมภาพันธ์,2535). น.102 - 118.
พนิดา สงวนเสรีวานิช. “งานวัด อารามแฟร์ เสน่ห์นี้ยังไม่จาง,” ใน ศิลปวัฒนธรรม 19, 5 (มีนาคม,2541).น.76 - 97.
เอนก นาวิกมูล. ราษฎรบันเทิง. กรุงเทพฯ : 2020 เวิลด์ มีเดีย. 2542.
อดีตบอกปัจจุบัน!! ที่มาของคำว่า "ถ้ำมอง"... อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.khaosod.co.th/monitor-news/news_675213

2.9 เวทีประกวดนักร้อง - รำวง
พื้นที่แจ้งเกิดของนักร้องมีชื่อ และตำนานรำวงบ้านบาตรที่จางหายไป
ในอดีตพื้นที่งานวัด เป็นพื้นที่ปลดปล่อย สนุกสนาน บันเทิงอย่างแท้จริง มีการประกวดนักร้องเวที รวมทั้งการแสดงรำวงของชาวบ้าน นักร้องหลายคนเติบโตและผ่านการประกวดร้องเพลงจากเวทีงานวัดต่าง ๆ โดยเฉพาะงานภูเขาทอง นับว่าเป็นเวทีการประกวดร้องเพลงระดับใหญ่ มีนักร้องที่มีชื่อเสียงผ่านเวทีการประกวดนี้ มาเเล้วทั้งสิ้น อาทิ ล.ลูกทุ่ง หรือเลิศ ประสมทรัพย์, ต.กิ่งเพ็ชร์ หรือตาล กิ่งเพ็ชร์, ล.ธำมะรง หรือเล็ก อ่ำเที่ยงตรง, ณรงค์ ธนะวังน้อย, ไชยยศ อมาตยกุล, ด.ดาวรุ่ง หรือนริศ อารีย์ เป็นต้น
ด้านหนึ่งชาวบ้านในเเถบบ้านบาตร เล่าให้ฟังว่างานวัดภูเขาทองมีการแสดงรำวงของชุมชนบ้านบาตร ซึ่งชุมชนแห่งนี้มีคณะรำวงบ้านบาตรที่สำคัญแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ มาตั้งแต่ยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ในรัฐบาลจอมพลป. พิบูลสงคราม ก่อนที่รำวงจะเปลี่ยนไปและไม่มีการจัดขึ้นที่งานวัดภูเขาทองอีกเเล้ว นอกจากนี้บรรยากาศงานวัดยังมีสิ่งบันเทิงนอกเหนือรำวง ประกวดนักร้อง เช่น การฉายหนังกลางแปลง ลำตัด ลิเก ดนตรี เป็นต้น

3.บทสรุป
ปัจจุบันงานภูเขาทองยังคงดำเนินการจัดงานและมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ในทุกช่วงเวลา บางปีมีการจัดงานอย่างต่อเนื่อง บางปีมีการหยุดการจัดงานไปบ้าง อย่างไรก็ตามหากมองในเเง่ของความทรงจำ งานภูเขาทองก็ยังคงอยู่ในความทรงจำของผู้คนในกรุงเทพฯ ยาวนานต่อเนื่อง แม้ว่ารูปแบบการจัดงานจะมีความแตกต่างจากภาพบรรยากาศเมื่อหลายทศวรรษ
ด้านหนึ่งดูเหมือนจะเป็นการย้อนทำความเข้าใจภาพอดีตของผู้คนที่จางหายไปในงานภูเขาทอง ที่ดูจะมีผลต่อการเปลี่ยนผ่านของผู้คนในสังคมเมืองอย่างกรุงเทพฯ คงปฏิเสธไม่ได้ว่า งานวัด คือความบันเทิง ความรื่นเริง ขณะที่อีกด้านหนึ่งก็เป็นแหล่งทำเงินให้กับผู้จัด ผู้ขาย และหมุนเวียนรายได้ขึ้น ทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของคนในสังคมไทย และสังคมกรุงเทพฯ
คำถามสำคัญคือ ที่ทางของงานวัดในพลวัตการเปลี่ยนแปลงของสังคม ยังคงตอบสนองกับผู้คนมากน้อยเพียงใด มีอะไรที่สังคมไทยสามารถเรียนรู้จากบริบทการมีอยู่ของงานวัดได้หรือไม่อย่างไร ยังคงเป็นสิ่งที่ผู้เขียนอยากจะฝากแง่คิดไว้ สำหรับการมองเมืองไปด้วยกัน
แหล่งอ้างอิง
หอจดหมายเหตุแห่งชาติ
น.49.5 /68. ขออนุญาตมีการเล่นออกร้านที่บรมบรรพตวัดสะเกษฯ (24 พ.ย. 124 – 30 ต.ค. 127).
หนังสือพิมพ์
ศรีกรุง. 4811 วันเสาร์ ที่ 8 พ.ย. 2484. น. 1.
สยามราษฎร์. แจ้งความ .ปีที่ 10 ฉ.2981 . จ. ที่ 5 พ.ย. 2477.น.15.
สยามราษฎร์. ประกวดฝีมือ น.ร.ประชาบาล ใน งานภูเขาทอง .ปีที่ 10 ฉ.2982 . อ. ที่ 6 พ.ย. 2477.น.9.
หนังสือ- นิตยสาร
ทวี วัดงาม(เขียน), สกล เกษมพันธุ์(ภาพ). “งานวัด สีสันกว่าสวรรค์,” ใน สารคดี 84, 7 (กุมภาพันธ์,2535). น.102 - 118.
ทวี วัดงาม. สนุกกับงานวัด. กรุงเทพฯ : ปัญญาสยาม. 2537.
พนิดา สงวนเสรีวานิช. “งานวัด อารามแฟร์ เสน่ห์นี้ยังไม่จาง,” ใน ศิลปวัฒนธรรม 19, 5 (มีนาคม,2541).น.76 - 97.
สำนักงานศาสนสมบัติ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ. คู่มือไวยาวัจกร. 2567.
อนุสรณ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ น.อ.เลื่อน พงษ์โสภณ ณ เมรุวัดธาตุทองฯ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์บำรุงนุกูลกิจ, 2519.
เอนก นาวิกมูล. ราษฎรบันเทิง. กรุงเทพฯ : 2020 เวิลด์ มีเดีย. 2542.
วิทยานิพนธ์
ภาสวร สังข์ศร. สวนสนุก : การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจการพักผ่อนหย่อนใจในกรุงเทพ ปี พ.ศ. 2470 - 2540.วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ 2559.
สื่อออนไลน์
กัญญ์วรา ศิริสมบูรณ์เวช. พัฒนาการเวทีประกวด “นางงาม(ใน)ไทย จากยุคใต้อำนาจรัฐ สู่การรับใช้นายทุน. ศิลปวัฒนธรรม เข้าถึงเมื่อ 6 พฤศจิกายน 2568 เข้าถึงจาก https://www.silpa-mag.com/culture/article_9797
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน). มานิ. เข้าถึงเมื่อ 6 พฤศจิกายน 2568 เข้าถึงจาก https://ethnicity.sac.or.th/database-ethnic/200
Film Archive Thailand. งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน (2495). เข้าถึงเมื่อ 6 พฤศจิกายน 2568 เข้าถึงจาก https://www.youtube.com/watch?v=knX0nLhQeUw






ความคิดเห็น